War Child Records ประกาศอัลบั้ม HELP(2) รวมตัวศิลปินครั้งใหญ่ พร้อมเปิดตัวด้วยเพลง Opening Night จาก Arctic Monkeys ที่ฟังได้แล้ววันนี้
HELP(2) มีศิลปินและนักดนตรีชื่อดังมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกต์ ได้แก่ Anna Calvi, Arctic Monkeys, Arlo Parks, Arooj Aftab, Bat For Lashes, Beabadoobee, Beck, Beth Gibbons, Big Thief, Black Country, New Road, Cameron Winter, Damon Albarn, Depeche Mode, Dove Ellis, Ellie Rowsell, English Teacher, Ezra Collective, Foals, Fontaines D.C., Graham Coxon, Greentea Peng, Grian Chatten, Kae Tempest, King Krule, Nilüfer Yanya, Olivia Rodrigo, Pulp, Sampha, The Last Dinner Party, Wet Leg และ Young Fathers
HELP(2) เป็นอัลบั้มที่ได้แรงบันดาลใจจากอัลบั้ม HELP ปี 1995 ซึ่งเป็นอัลบั้มการกุศล ที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ของวงการเพลงโดยมีจุดเด่นคือการรวมตัวของศิลปินมาสร้างสรรค์เพลงร่วมกัน อัลบั้มบันทึกเสียงที่ Abbey Road Studios ภายในเวลาเพียง 1 สัปดาห์ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2025 ภายใต้การดูแลของโปรดิวเซอร์ James Ford ท่ามกลางการทำงานที่เป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง
เสน่ห์ในอัลบั้ม HELP(2) อยู่ที่การร่วมงานแบบไม่ได้วางแผนที่เกิดขึ้นในสตูดิโอ เช่น ขณะที่ Damon Albarn บันทึกเสียง Johnny Marr ได้เข้ามาเล่นกีต้าร์ร่วมด้วย หรือ Kae Tempest และ Grian Chatten จาก Fontaines D.C. ได้มีโอกาสร่วมร้องประสานเสียงกัน รวมถึง Graham Coxon ที่เล่นกีต้าร์ให้กับเพลงคัฟเวอร์ The Book of Love ของ Olivia Rodrigo

สำหรับจุดประสงค์ของโปรเจกต์อัลบั้ม HELP(2) คือการชวนคนรักดนตรีทั่วโลกร่วมสนับสนุนภารกิจสำคัญขององค์กร War Child ในการช่วยเหลือเด็กที่ได้รับผลกระทบจากสงครามและความขัดแย้ง ไม่ว่าจะเป็นการให้ความช่วยเหลือฉุกเฉิน การศึกษา การดูแลสุขภาพจิต และการคุ้มครองความปลอดภัยของพวกเขา
ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังและเจ้าของรางวัลออสการ์ Jonathan Glazer ยังทำหน้าที่เป็น Creative Director ของ HELP(2) โดยร่วมงานกับ Academy Films ในการรวบรวมทีมครีเอทีฟ และทำหน้าที่กำกับดูแลการถ่ายทำ ตลอดจนภาพรวมของคอนเซปต์ต่างๆ ในโปรเจกต์นี้ วีดีโอที่นำเสนอเรื่องราวและดนตรีของอัลบั้มนี้ เป็นผ่านการตีความ จากประโยคเรียบง่ายแต่ทรงพลัง คือ By Children, For Children โดยมอบกล้องวิดีโอให้กับเด็กๆ เพื่อบันทึกเรื่องราวในแบบของตนเอง ถ่ายทอดมุมมองของโลกผ่านสายตาของพวกเขา และเป็นการเตือนใจถึงเป้าหมายที่แท้จริงของโครงการนี้
อย่างไรก็ตาม เมื่ออัลบั้ม HELP ชุดแรกวางจำหน่ายในปี 1995 ตัวเลขผู้ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งทั่วโลก อยู่ที่ราว 10% ของเยาวชนทั้งหมด แต่ในวันนี้ ตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว เป็นเกือบ 1 ใน 5 หรือราว 520 ล้านคนทั่วโลก มากกว่าช่วงเวลาใดๆ นับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้น พร้อมกับการตัดงบประมาณสนับสนุนในหลายภาคส่วน บทบาทและภารกิจของ War Child จึงยิ่งมีความสำคัญเร่งด่วนกว่าที่เคย และการที่ศิลปินต่างๆ ออกมาร่วมมือกันต่อยอดชิ้นงานนี้จากอัลบั้มต้นฉบับ ก็ทำให้ HELP(2) ยิ่งมีความหมายอย่างยิ่งในห้วงเวลานี้

“พอ James Ford โทรมาชวนให้พวกเรามาร่วมทำเพลงในอัลบั้ม HELP(2) เราก็ลงมือทำเพลงกันทันที ก่อนจะมารวมตัวกันที่ Abbey Road เพื่ออัดเสียงเพลงนี้ เราดีใจมากที่ได้มีส่วนร่วมสนับสนุนงานของ War Child และหวังว่าอัลบั้มนี้จะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกให้กับชีวิตของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสงครามได้” – Arctic Monkeys
“ผมรู้สึกเป็นเกียรติมากตอนที่ War Child ชวนให้มาร่วมทำอัลบั้ม HELP(2) ซึ่งอัลบั้ม HELP ชุดแรกมีความหมายกับผมมากอยู่แล้ว และในช่วงเวลาที่ข่าวสาร ของโลกมันหนักหนาแบบนี้ การได้ใช้ดนตรีช่วยพาคอมมูนิตี้ของพวกเรา ให้มารวมพลังทำบางสิ่งที่ดีอย่างไม่ต้องลังเล อย่างการช่วยเหลือผู้คนที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม มันเป็นเรื่องที่ไม่ต้องคิดซับซ้อนเลย กระบวนการทำอัลบั้มนี้เป็นประสบการณ์ที่ทรงพลังมาก สำหรับผม มันช่วยย้ำเตือนถึงคุณค่าของการมีชีวิตอยู่ ท่ามกลางปีที่ยากลำบากเป็นพิเศษ ผมภูมิใจมากกับทุกเพลงที่กำลังจะปล่อยออกมา และกับความตั้งใจของทุกคนที่มีส่วนร่วม อยากให้ทุกคนได้ฟังอัลบั้มนี้แล้วจริงๆ ครับ” – James Ford
“HELP(2) ไม่ได้เป็นแค่อัลบั้ม แต่มันคือภาพสะท้อนของพลังที่เกิดขึ้นได้จริง เมื่ออุตสาหกรรมดนตรีมารวมตัวกันด้วยเป้าหมายเดียวกัน โปรเจกต์นี้เชื่อมศิลปินและคนครีเอทีฟจากหลากหลายภาคส่วนในวงการ เพื่อสนับสนุน War Child ในการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงของสงคราม เรารู้สึกซาบซึ้งและขอบคุณทุกศิลปินและทุกทีมที่มอบดนตรี และทุ่มเทเวลาของพวกเขา เพื่อสนับสนุนภารกิจของเรา เราอยากให้อัลบั้มชุดนี้เป็นมากกว่าการระดมทุน ที่สามารถส่งต่อพลังของดนตรี เพื่อชวนให้ทุกคนเปลี่ยนความรู้สึกเห็นใจให้กลายเป็นการลงมือทำอะไรบางอย่างให้เกิดขึ้นด้วยในเชิงสร้างสรรค์ และร่วมกันปกป้องชีวิตของเด็กๆ ที่ได้รับผลกระทบจากสงครามในรูปแบบที่เราทำได้” – Rich Clarke (Head of Music, War Child UK)
No child should be a part of war. Ever.
HELP(2) จะวางจำหน่ายในวันศุกร์ที่ 6 มีนาคมผ่านทาง War Child Records
https://www.instagram.com/warchildrecords/
‘HELP(2)’ Tracklist:
- Arctic Monkeys – Opening Night
- Damon Albarn, Grian Chatten & Kae Tempest – Flags
- Black Country, New Road – Strangers
- The Last Dinner Party – Let’s do it again!
- Beth Gibbons – Sunday Morning
- Arooj Aftab & Beck – Lilac Wine
- King Krule – The 343 Loop
- Depeche Mode – Universal Soldier
- Ezra Collective & Greentea Peng – Helicopters
- Arlo Parks – Nothing I Could Hide
- English Teacher & Graham Coxon – Parasite
- Beabadoobee – Say Yes
- Big Thief – Relive, Redie
- Fontaines D.C. – Black Boys on Mopeds
- Cameron Winter – Warning
- Young Fathers – Don’t Fight the Young
- Pulp – Begging for Change
- Sampha – Naboo
- Wet Leg – Obvious
- Foals – When the War is Finally Done
- Bat For Lashes – Carried my girl
- Anna Calvi, Ellie Rowsell, Nilüfer Yanya & Dove Ellis – Sunday Light
- Olivia Rodrigo – The Book of Love

เกี่ยวกับ War Child UK
War Child UK ดำเนินงานด้วยเป้าหมายที่ชัดเจนและไม่เปลี่ยนแปลง นั่นคือการสร้างอนาคตที่ปลอดภัยให้กับเด็กทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม
ตลอดระยะเวลากว่าสามทศวรรษของการทำงานเคียงข้างเด็ก ๆ พร้อมแนวทางการทำงาน ที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว War Child สามารถเข้าถึงผู้ได้รับผลกระทบได้อย่างรวดเร็ว ตั้งแต่ช่วงแรกของความขัดแย้ง และยังคงอยู่เคียงข้างพวกเขาอย่างต่อเนื่อง แม้ในวันที่ความสนใจจากสื่อค่อยๆ เลือนหาย เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูทั้งร่างกาย จิตใจ และความหวัง ให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นคงอีกครั้ง
War Child ทำงานร่วมกับชุมชนท้องถิ่นและหน่วยงานภาครัฐ เพื่อปกป้องสิทธิของเด็ก ส่งเสริมโอกาสทางการศึกษา และสนับสนุนกระบวนการเยียวยาและการเรียนรู้ ด้วยความเชื่อมั่นว่า เด็กทุกคนควรได้รับโอกาสในการเติบโตในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเปี่ยมด้วยความหวัง
องค์กรให้ความสำคัญกับความต้องการของผู้เยาว์เป็นลำดับแรก เคารพและยืนหยัดเพื่อสิทธิของพวกเขา โดยมีผู้ได้รับผลกระทบเป็นศูนย์กลางของทุกการดำเนินงาน War Child ยังกล้าที่จะตั้งคำถามต่อรากเหง้าของความรุนแรงพร้อมใช้พลังของศิลปะและดนตรีเป็นพื้นที่ ในการรับฟังและขยายเสียง เพื่อผลักดันการเปลี่ยนแปลงในประเด็นที่มีความหมายต่อชีวิตอย่างแท้จริง
ปัจจุบัน War Child และพันธมิตรมีการดำเนินงานใน 14 ประเทศทั่วแอฟริกา เอเชีย ตะวันออกกลาง และลาตินอเมริกา โดยทีมงานท้องถิ่นที่ทำงานร่วมกับชุมชนและในค่ายผู้ลี้ภัยอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับผู้เยาว์ สำหรับการเล่น การเรียนรู้ และการเข้าถึงการดูแลด้านสุขภาพจิต อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ War Child ยังมีความเชี่ยวชาญในการตอบสนอง ต่อสถานการณ์ฉุกเฉิน อย่างรวดเร็ว มอบความช่วยเหลือที่จำเป็นและเป็นกลางและช่วยให้พวกเขาก้าวผ่านบาดแผลทางใจ จากความรุนแรงและความสูญเสีย
War Child UK เป็นหนึ่งในสมาชิกของ War Child Alliance เครือข่ายระดับโลกที่ประกอบด้วยสำนักงานระดมทุน 5 แห่ง และสำนักงานภาคสนาม 14 แห่งทั่วโลก โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการใช้พลังของชุมชน ดนตรี ศิลปะ และเสียงของผู้คน เพื่อปกป้องเด็กๆ และสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนให้กับสังคม
