NCT WISH ขับขานเอกลักษณ์ทางดนตรีที่ชัดเจนยิ่งขึ้นผ่านอัลบั้มเต็มชุดแรก Ode to Love ที่มีทั้งหมด 10 เพลง โดยยังคงความรู้สึกที่เป็นสไตล์เฉพาะตัวของวงอย่าง ‘ความสดชื่นและแปลกใหม่’ (Freshness & Neo) ที่มีมาตั้งแต่เดบิวต์ เสริมด้วยพัฒนาการและการตีความที่หลากหลายของ NCT WISH จนเกิดเป็นผลงานที่สมบูรณ์แบบ
ไฮไลต์ของคัมแบ็กนี้คือ คอนเซปต์ที่เกี่ยวกับสองพี่น้องฝาแฝดของเทพปกรณัมกรีกอย่าง Eros เทพแห่งความรัก และ Anteros เทพแห่งความรักตอบ โดยหยิบยกมาเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนเรื่องราวของอัลบั้มชุดนี้ ทั้งภาพทีเซอร์ที่มีบรรยากาศตรงข้ามกัน เว็บไซต์โปรโมชัน Ode Diary ตลอดจนคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดียอย่างเป็นทางการของวง ซึ่งเป็นการเชื่อมโลกแฟนตาซีกับชีวิตจริงได้อย่างน่าสนใจ และสร้างกระแสตอบรับอย่างล้นหลามต่อการปล่อยอัลบั้มครั้งนี้

เพลงไตเติล Ode to Love เป็นเพลงแดนซ์ป็อปแนว New UK Garage ที่มีการทำแซมพลิงเพลงฮิตในตำนานอย่าง Ode To My Family ของ The Cranberries โดยนำทำนองการฮัมเพลงอันเป็นเอกลักษณ์ของเพลงต้นฉบับมาตีความใหม่ในสไตล์ที่ทันสมัย เนื้อเพลงถ่ายทอดความจริงใจที่อยากส่งต่อความอ่อนโยนท่ามกลางโลกที่เย็นชา ซึ่ง NCT WISH จะโชว์ให้เห็นการแสดงที่เติบโตขึ้นโดยเน้นไปที่พลังอันสดชื่นและมีชีวิตชีวา ไม่เพียงเท่านี้ ท่าที่ทุกสมาชิกเต้นไปพร้อมกันตามเนื้อเพลง Du du ru du ยิ่งทำให้เพลงน่าติดตาม โดยเฉพาะท่าที่ใช้นิ้วลากลงมาที่ริมฝีปาก ซึ่ง SION (ชิอน) สมาชิกของวงได้มีส่วนร่วมในการออกแบบ เพิ่มความพิเศษให้เพลงนี้มากขึ้น

นอกจากนี้ ในอัลบั้มยังประกอบด้วยเพลงที่ทำให้ผู้ฟังได้เพลิดเพลินกับดนตรีอันมีสีสันของ NCT WISH อย่างชัดเจน ตั้งแต่ 2.0 (TWO POINT O) เพลงไฮบริดป๊อปพูดถึงการก้าวข้ามขีดจำกัดไปสู่บทใหม่ ‘2.0’, เพลงแดนซ์แนวฮิปฮอป Sticky ที่ปล่อยมิวสิกวิดีโอมาให้รับชมล่วงหน้าเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2026 โดยเปรียบเทียบข้าวเหนียวมะม่วงกับความสัมพันธ์ของคนสองคน ที่มีความผูกพันแนบแน่นแม้จะเป็นการผสมผสานที่แปลกใหม่เหมือน ‘มะม่วง’ กับ ‘ข้าว’, Feel The Beat เพลงแนวเฮาส์สื่อถึงบรรยากาศของการดื่มด่ำกับค่ำคืนที่ได้กลายเป็นหนึ่งเดียวกับดนตรี, 여우비 (Crush) เพลงแดนซ์ป๊อปเล่าเกี่ยวกับความตื่นเต้นของการตกหลุมรัก, เพลงฮิปฮอป Street (2AM) เปรียบเทียบพลังแห่งความเป็นอิสระผ่านมุมมองของแมวที่ท่องไปในยามราตรี, Glow Up เพลงแดนซ์แนวไฮบริดฮิปฮอป แสดงความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ที่จะเดินตามเส้นทางของตัวเอง, Everglow เพลงป๊อปแดนซ์ที่ถ่ายทอดข้อความเชิงบวกและเปี่ยมล้นด้วยความมั่นใจจาก NCT WISH, Don’t Say You Love Me เพลงป๊อปอาร์แอนด์บีที่บรรยายอารมณ์ก่อนการสารภาพรัก และเพลงสุดท้าย Voyage แนวป๊อปบัลลาดผสมกับดนตรีร็อกสมัยใหม่ มอบความหวังและคำสัญญากับแฟนๆ ถึงการก้าวไปสู่ความฝันข้างหน้าด้วยกัน

ทั้งนี้ NCT WISH ได้แสดงเพลงจากอัลบั้มเต็มชุดแรกอย่าง Ode to Love และ Sticky ในคอนเสิร์ตอังกอร์ NCT WISH 1st CONCERT TOUR ‘INTO THE WISH : Our WISH’ ENCORE IN SEOUL ณ KSPO DOME กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 17-19 เมษายน 2026 นับเป็นการปิดฉากทัวร์คอนเสิร์ตอย่างประสบความสำเร็จด้วยการขายบัตรเข้าชมทุกรอบหมดเกลี้ยงแม้แต่ที่นั่งจำกัดทัศนวิสัย รวมจำนวนผู้ชมกว่า 33,000 คน
รับฟังอัลบั้มเต็มชุดแรก Ode to Love ของ NCT WISH ➫ https://NCTWISH.lnk.to/OdetoLove
รับชมมิวสิกวิดีโอเพลงไตเติล Ode to Love’ของ NCT WISH ➫ https://youtu.be/1o5O2YvV3HU
