บอยกรุ๊ปยอดนิยม NCT WISH และแฟนคลับ NCTzen รวมพลังความฝันและความปรารถนาเดียวกันให้กลายเป็นความจริง ร่วมสร้างอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญบนเส้นทางการเติบโต ผ่านคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบครั้งแรกในประเทศไทย NCT WISH 1st CONCERT TOUR ‘INTO THE WISH : Our WISH’ IN BANGKOK เมื่อวันเสาร์ที่ 4 เมษายน 2026 เวลา 18:00 น. ณ ไบเทค ไลฟ์

คอนเสิร์ตครั้งนี้ถ่ายทอดความมุ่งมั่นของ NCT WISH ในการแต่งแต้มโลกที่กว้างยิ่งขึ้นด้วยแสงแห่งความหวัง โดยเปลี่ยนความฝันและความปรารถนาให้กลายเป็นความจริง การแสดงแบ่งออกเป็น 5 บทเพื่อพาผู้ชมเข้าสู่โลกแฟนตาซีของพวกเขาอย่างเต็มรูปแบบ ผ่านการผสานดนตรีเฉพาะตัวสไตล์สดชื่นและแปลกใหม่ (Freshness & Neo) เข้ากับเรื่องราวแห่งความหวัง พร้อมยกระดับประสบการณ์ด้วยโปรดักชันสุดอลังการ ทั้งจอ LED ขนาดใหญ่, เวทียกและระบบลิฟต์, เวทีหมุน 360 องศา, โครงสร้างรูปดาวลอยเหนือเวที และเซตซุ้มประตูโค้งรูปทรงคล้ายวิหารคิวปิด รวมถึงสเปเชียลเอฟเฟกต์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเลเซอร์กว่า 18 ชุด, แท่งไฟเปลี่ยนสี, ไพโรเทคนิคหลากสี, เครื่องพ่นไฟ, เครื่องพ่นควันต่ำและควันพุ่ง, หิมะเทียม, ฟองสบู่ และกระดาษโปรยหลายรูปแบบทั้งดาว ผีเสื้อ และหัวใจในโทนสีต่าง ๆ ที่ส่งเสริมอัตลักษณ์ของ NCT WISH ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น

เปิดฉากการแสดงในบทศูนย์ INTO THE WISH เล่าถึงการรวมตัวของสมาชิกภายใต้ดวงดาวสีเขียว ผ่านเพลง Steady และ Songbird พร้อมแดนซ์เบรกที่ออกแบบมาเล่นกับจังหวะและไดนามิกของการเคลื่อนไหวอย่างเฉียบคม ผสานบรรยากาศลึกลับเข้ากับความเข้มข้นของการแสดง เสริมด้วยโปรดักชันแสงสีที่สร้างภาพของการก้าวเข้าสู่สิ่งใหม่ ทำให้ผู้ชมค่อยๆ ถูกดึงเข้าสู่โลกของ NCT WISH อย่างเป็นลำดับ
บรรยากาศเริ่มขยายสู่บทที่หนึ่ง Wishful Madness ที่ขับเน้นอารมณ์และโลกทัศน์แห่งฝันอันเป็นเอกลักษณ์ของวง ผ่านเพลง Skate ที่เติมมิติทางอารมณ์ด้วยการบรรเลงเปียโน, On & On (점점 더 더) กับการออกแบบท่าเต้นที่เล่นกับแสงเงาอย่างมีชั้นเชิง, Wishful Winter เวอร์ชันภาษาเกาหลีที่สมาชิกทุกคนประสานเสียงร้องอย่างไพเราะบนเวทียกหมุน 360 องศา เสมือนพาผู้ชมเข้าสู่โลกแห่งความฝัน และ Baby Blue ที่ช่วยเติมเต็มบรรยากาศละมุนละไมอย่างลงตัว ช่วงนี้จึงเผยให้เห็นเสน่ห์ของ NCT WISH ได้อย่างชัดเจน ในโทนที่สลับระหว่างความจริงและแฟนตาซี

เรื่องราวดำเนินมาถึงบทที่สอง Our WISH บอกเล่าการเดินทางสู่การบรรลุความฝัน และการเติบโตแบบก้าวกระโดดของ NCT WISH ผ่านเพลงจากช่วงพรีเดบิวต์อย่าง We Go! และ Hands Up รวมถึงเพลงเดบิวต์ WISH ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความทรงจำ ไม่เพียงเท่านี้ ยังมีเพลงโปรดของแฟนๆ อย่าง Melt Inside My Pocket, 1000 และ poppop สะท้อนการเติบโตทั้งด้านทักษะและพลังบนเวที พร้อมส่งต่อความหมายของการก้าวเดินร่วมกันในฐานะทีมเดียว
ความตื่นเต้นถูกผลักสู่จุดสูงสุดในบทที่สาม Acceleration ที่อัดแน่นด้วยความมั่นใจและพลังอันเหลือล้น ผ่านเพลง NASA, CHOO CHOO, Videohood และ COLOR ซึ่งขับเน้นดนตรีสไตล์ Neo ได้อย่างเด่นชัด พร้อมการแสดงที่มีไดนามิกสูงและการเคลื่อนไหวที่ทรงพลัง สื่อถึงความทะเยอทะยานในการก้าวไปสู่โลกที่กว้างขึ้น และสะกดอารมณ์ของผู้ชมสู่จุดไคลแมกซ์ของการแสดง

โอบล้อมทุกหัวใจในบทที่สี่ Epilogue ที่อบอุ่นและเปี่ยมไปด้วยความหมาย ผ่านเพลงเพื่อแฟนคลับอย่าง WICHU พร้อมใส่เสื้อลายไทยเล่นน้ำสงกรานต์ล่วงหน้ากับแฟนๆ ในเพลง Make You Shine ตลอดจน P.O.V (Korean Ver.) อีกทั้งยังได้ร่วมเซอร์ไพรส์วันเกิด YUSHI (ยูชิ) กลางเวที ก่อนปิดท้ายด้วยเพลง Our Adventures (Korean Ver.) ถ่ายทอดความรู้สึกขอบคุณอย่างจริงใจ สร้างสรรค์ช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความผูกพัน
ทางด้าน NCTzen ชาวไทยยังได้ร่วมกันส่งความรักและคำมั่นสัญญาผ่านแฟนโปรเจกต์ ทั้งกล่องไฟสีประจำตัวสมาชิก “อยู่ด้วยกันไปนาน ๆ 💚🩷💜💙❤️💛”, แถบคาดศีรษะรูปดาวและคาแรกเตอร์ตุ๊กตา WICHU ไปจนถึงแผ่นป้ายรูปดาวที่ส่งต่อความหมายอันลึกซึ้งว่า “NCTzen ไทยจะอยู่กับ NCT WISH ในทุกการเติบโต” รวมถึงแบนเนอร์ “NCTzen จะอยู่เคียงข้าง NCT WISH เสมอ💚”

ปิดท้ายค่ำคืนแห่งความทรงจำของ Our WISH ที่หลอมรวมทั้งความฝันและความปรารถนาจนกลายเป็นความจริง พร้อมร้อยเรียงเส้นทางการเติบโตของ NCT WISH ไว้อย่างงดงาม เปรียบสมาชิกทั้ง 6 คนดั่งดวงดาวที่ค่อย ๆ เปล่งประกายชัดเจนยิ่งขึ้นในทุกก้าวของการเดินทาง ขณะมุ่งสู่จุดที่สูงขึ้นกว่าเดิมและก้าวต่อไปเคียงข้าง NCTzen อย่างมั่นคง
