ราชาแห่งเคป๊อป EXO ครองบัลลังก์แห่งความสำเร็จ กับการขึ้นแท่นเป็นศิลปินที่จัดคอนเสิร์ต SOLD OUT ติดต่อกันถึง 6 ครั้ง ด้วยคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบครั้งที่ 6 EXO PLANET #6 – EXhOrizon in BANGKOK เมื่อวันเสาร์ที่ 16 และวันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2026 ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี พร้อมแฟนๆ กว่า 22,000 คน โดยบัตรทั้ง 2 รอบรวมถึงที่นั่งจำกัดการมองเห็น ขายหมดเกลี้ยงอย่างรวดเร็วตั้งแต่วันเปิดจอง ตอกย้ำสถานะของ EXO ในฐานะศิลปินระดับโลกที่ยังคงได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้น และมีฐานแฟนคลับชาวไทยที่แข็งแกร่งไม่เปลี่ยนแปลง
การหวนคืนสู่เวทีประเทศไทยในครั้งนี้ นับเป็นการกลับมาในรอบ 6 ปี 8 เดือน กับคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบครั้งที่ 6 ภายใต้ชื่อ EXhOrizon ซึ่งมาจากการผสานคำว่า EXO และ Horizon สื่อถึงช่วงเวลาที่ EXO และ EXO-L (เอ็กซ์โซ-แอล : ชื่อแฟนคลับอย่างเป็นทางการ) กลับมาบรรจบกันอีกครั้ง พร้อมเปิดโลกบทใหม่ร่วมกัน เมมเบอร์ทุ่มเทเตรียมการแสดงอย่างเต็มที่ โดยคำนึงถึงแฟนๆ เป็นสำคัญ เพื่อนำเสนอทั้งพลังเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ การแสดงทรงพลัง และโปรดักชันสุดอลังการ ตั้งแต่จอแอลอีดีขนาดใหญ่, จอเลื่อน, จอซีทรู, เวทีหมุนพร้อมลิฟต์ยก, ลิฟต์แอลอีดีหลากหลายรูปแบบ, เลเซอร์, ฉากดวงจันทร์, ฉากปราสาทพร้อมแสงสว่าง, บอลกระจก, บอลคิเนติก, ม่านคาบูกิดรอปพร้อมโปรเจกเตอร์แมปปิง ไปจนถึงไพโรเทคนิค, เครื่องยิงคอนเฟตติ, เครื่องพ่นหมอก, เครื่องสร้างควันต่ำ, เครื่องฟองสบู่หมอก และพร็อพประกอบการแสดง ที่ช่วยสร้างประสบการณ์อันยิ่งใหญ่ให้แฟนๆ ตลอดทั้งโชว์

จักรวาลของ EXO ถูกเปิดออกอย่างเต็มมิติผ่านสัญลักษณ์สำคัญของวง ไม่ว่าจะเป็นปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวง พลังพิเศษของแต่ละสมาชิก และต้นไม้แห่งชีวิต พร้อมปลุกพลังของ EXO PLANET ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งด้วยบีตอันฮึกเหิมของ MAMA รายล้อมด้วยกองทัพแดนเซอร์ในชุดคลุมสีดำ ต่อเนื่องสู่ Monster ท่ามกลางเสียงเชียร์กระหึ่ม ก่อนยกระดับความเข้มข้นด้วยฉากการหลอมรวมกันของดวงจันทร์ขนาดใหญ่ และลำแสงสีแดงที่ปกคลุมทั่วทั้งอารีน่าใน 늑대와 미녀 (Wolf) และ 중독 (Overdose)
อุณหภูมิร้อนแรงขึ้นอีกด้วยการแสดงที่ถ่ายทอดเสน่ห์แบบผู้ใหญ่อย่างมีชั้นเชิงผ่าน PLAYBOY, Artificial Love, 전야 (前夜) (The Eve) และ Love Shot ก่อนพาแฟนๆ เข้าสู่พาเหรดเพลงฮิตที่คิดถึง ทั้งเมดเลย์เพลงไตเติลอย่าง Tempo, Ko Ko Bop, CALL ME BABY รวมถึง LOVE ME RIGHT และ 으르렁 (Growl) ที่เรียกเสียงร้องตามได้อย่างกึกก้อง ต่อด้วยช่วงสนุกๆ ในเมดเลย์ EDM อย่าง Power, Don’t fight the feeling และ Run

แล้วยังมีโซโล่ที่โชว์เสน่ห์ของแต่ละเมมเบอร์ได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะ Total Eclipse ผ่านพลังเสียงเปี่ยมอารมณ์ของซูโฮ, Gravity ที่ผสมผสานเสน่ห์อันเข้มข้นของชานยอล, 지킬 (Jekyll) ของไคที่สะกดสายตาด้วยการเต้นพลิ้วไหว, Artificial Love ที่เผยความร้อนแรงของเซฮุน และ Baby, Don’t Cry (인어의 눈물) ถ่ายทอดเคมีอบอุ่นระหว่างซูโฮกับดีโอ ต่อด้วยเพลงซึ้งๆ อย่าง 기억을 걷는 밤 (Walk On Memories) นำเสนอภาพความทรงจำผ่านการฉายโปรเจกเตอร์บนม่านคาบูกิอย่างงดงาม และ 나비소녀 (Don’t Go)บนเวทีหมุนที่โอบล้อมด้วยแสงเลเซอร์รูปผีเสื้ออันตราตรึง
ไฮไลต์ช่วงท้ายของคอนเสิร์ตถูกออกแบบให้ยิ่งใหญ่สมศักดิ์ศรีราชาแห่งเคป๊อป เริ่มจาก EL DORADO ที่ยิงเลเซอร์เปิดฉากปราสาทสีทองตระการตาและดาบแสง ก่อนไประเบิดพลังผ่านกรุ๊ปแดนซ์ใน Back It Up ต่อเนื่องกับ Forever ที่ใช้มงกุฎเป็นของสำคัญ เปรียบดั่ง “สิ่งล้ำค่าที่ต้องปกป้อง” แล้วเชื่อมเข้าสู่เพลงไตเติลล่าสุด Crown ตอกย้ำการหวนคืนสู่บัลลังก์ พร้อมพาผู้ชมขึ้นสู่จุดสูงสุดของค่ำคืนอย่างสมบูรณ์แบบ

อีกหนึ่งภาพจำสำคัญที่เติมเต็มความหมายของคอนเสิร์ตครั้งนี้คือ แฟนโปรเจกต์จาก EXO-L ชาวไทย ที่ร่วมกันถ่ายทอดความรักและการรอคอยผ่านหลากหลายโปรเจกต์ตลอด 2 วัน ทั้งแบนเนอร์พร้อมข้อความ “บ้านหลังนี้ยินดีต้อนรับ EXO เสมอ” “ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน EXO ก็ยังคงเป็นราชาของ EXO-L ชาวไทยเสมอ”, การแปรอักษรด้วยกล่องไฟ , กรอบแท่งไฟรูปบ้านและรูปมงกุฎ ตลอดจนแบนเนอร์ไวนิล “YOU ARE OUR PETERPAN, WE ARE YOUR TINKERBELL” “แม้จะอยู่กันคนละที่ พูดกันคนละภาษา แต่การที่ EXO-L ได้มาพบกับ EXO นับเป็นโชคดีและน่ายินดีจริง ๆ”
ตลอดช่วงเวลาของการแสดงทั้ง 24 เพลง กว่า 2 ชั่วโมงครึ่ง EXO ไม่เพียงมอบเวทีที่ยิ่งใหญ่สมการรอคอย แต่ยังแสดงให้เห็นถึงพลังที่เติบโตจากประสบการณ์ ความผูกพันกับแฟนๆ และโลกทัศน์อันเป็นเอกลักษณ์ของวงอย่างชัดเจน ทุกองค์ประกอบตั้งแต่เสียงร้อง การแสดง โปรดักชัน แสง สี เสียง ไปจนถึงสัญลักษณ์ต่างๆ ล้วนเนรมิตช่วงเวลาที่ EXO และ EXO-L ได้กลับมารวมเป็นหนึ่งเดียวกันอีกครั้ง พร้อมสร้างความทรงจำบทใหม่ที่จะถูกสลักไว้ในอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์แห่งการครองบัลลังก์ของราชาแห่งเคป๊อปอย่างสง่างาม
